โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ

โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ
โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ

โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ

โดเรม่อน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ตอน โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (ญี่ปุ่น: ドラえもん のび太の宇宙英雄記 โรมาจิ: Doraemon Nobita no Supēsu Hīrōzu) เป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาว ผลงานของ ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ และเป็นภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นตอนที่ 35

ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และภาพยนตร์ชุดนี้เป็นการฉลองครบรอบ 35 ปีของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และครบรอบ 10 ปีของโดราเอมอนฉบับการ์ตูนทีวี โดยได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) ภาพยนตร์ชุดนี้เปิดตัวได้แค่หนึ่งสัปดาห์ ก็ขึ้น Box office อันดับหนึ่ง ทำลายสถิติของเรื่อง บิ๊กฮีโร่ 6 ในญี่ปุ่นได้สำเร็จ

โดยสิขสิทธิ์โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ จาก โตโฮ เปลี่ยนจาก โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็น กันตนาและเอ็ม พิคเจอร์ส แทน

เข้าฉายวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 แม้จะเป็นภาคที่ฉายก่อน เดอะมูฟวี่ ก่อนหน้าแล้วที่ญี่ปุ่น แต่ เค เมจิค บาย กันตนา นำเข้าฉายต่อจาก ภาค กำเนิดญี่ปุ่น เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี แอนิเมชันของโดราเอมอน

นับเป็นการกลับมาอีกครั้งของทูตสันทวไมตรีด้านวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น สำหรับ โดเรม่อน หุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่เป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วทั้งโลก ซึ่งในครั้งนี้โดเรม่อนและผองเพื่อนทั้งหลายได้กลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่ 35 โดยใช้ชื่อตอนว่า โดเรม่อน เดอะ มูฟวี่ ตอน โดนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ ผลงานการกำกับของ โอสุงิ โยชิฮิโระ

โดเรม่อน เดอะ มูฟวี่ ตอน โดนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ เล่าถึงกลุ่มของโนบิตะที่เอาของวิเศษของโดเรม่อนมาใช้ถ่ายทำหนังซุปเปอร์ฮีโร่กัน ส่งผลให้อารอน มนุษย์ต่างดาวพลัดถิ่นเข้าใจผิดและขอให้พวกโนบิตะเดินทางไปกอบกู้ดาวพ็อคคุรุ บ้านเกิดของตนที่กำลังถูกกลุ่มโจรสลัดในคราบนักลงทุนสวนสนุกเข้ามารุกล้ำจนสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม งานนี้กลุ่มเพื่อนซี้ทั้งห้าจึงต้องสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์แห่งทางช้างเผือก ที่มาพร้อมกับของวิเศษจากโดเรม่อนที่สามารถดึงความสามารถพิเศษของแต่ละคนออกมาเป็นท่าไม้ตายในการต่อสู้

แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่นไปตั้งแต่ปี 2015 แต่เชื่อได้ว่าแฟน ๆ โดเรม่อนชาวไทยจำนวนไม่น้อยยังคงตั้งหน้าตั้งตารอภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ เพราะไม่ใช่เพียงแต่ภาพของตัวละครที่คุ้นตา หากยังได้นักพากย์ต้นตำรับ เจ้าของเสียงที่คุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น ป้าติ๋ม ฉันทนา ธาราจันทร์ (ให้เสียงพากย์ โดเรม่อน) ป้านิด ศันสนีย์ วัฒนานุกูล (ให้เสียงพากย์ โนบิตะ) และน้าต๋อย นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ (ให้เสียงพากย์ ไจแอนท์) กลับมาร่วมงานอย่างครบถ้วน

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้ชมจะได้พบกับความสนุกสนานในวัยเด็กแบบที่หลาย ๆ คนน่าจะมีประสบการณ์อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ หากแต่ในความเป็นจริงการเป็นฮีโร่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถที่จะเก๊กทำเท่อยู่ไปวัน ๆ การยอมรับของผู้คนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ หรือภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์ก็ได้แสดงให้เห็นว่า…เราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ด้วยกันทั้งนั้น

นอกจากนี้ ผู้ชมก็จะได้เห็นถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนซึ่งเป็นแก่นหลักที่พบได้ในภาพยนตร์โดเรม่อนทุกภาค เพราะการเป็นเพื่อนนั้นต่อให้มีขัดแย้งกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายเพื่อนก็จะไม่ทิ้งกัน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกันจนประสบความสำเร็จในที่สุด

จุดเด่น

– ความคลาสสิกแบบหนังโดเรม่อนที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมด้วยตัวละครใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมกับกลุ่มของโดเรม่อนได้อย่างลงตัวและสมเหตุสมผล

– เหมาะสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย เนื้อเรื่องสนุกสนาน มีความเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ในช่วงฝึกฝนพลังใหม่ ๆ และเลือกใช้สีประจำตัวแต่ละคนล้อไปกับขบวนการ 5 สี (เซนไต) ของญี่ปุ่น

– ภาพสวย คมชัด มีสีสันในแบบการ์ตูนญี่ปุ่น อีกทั้งมีฉากเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้อยู่เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดเข้ามา

จุดอ่อน

– เนื้อเรื่องใช้โครงสร้างแบบหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่เดาทางได้ง่าย กล่าวคือ ตอนแรกต้องพ่ายแพ้แก่ตัวร้าย จากนั้นจึงไปฝึกฝนตัวเองและกลับมาสู้ใหม่ ตลอดจนการต่อสู้กับบอสฝั่งตัวร้ายจะต้องมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพระเอกของเรื่อง